วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เปลไม้ไผ่

ประวัติความเป็นมา
กำนันบุญ นาคพันธ์ เป็นกำนันหมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งใหญ่อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ได้ขัดใจกับภรรยา เพราะกำนันบุญแกเป็นคนเจ้าชู้ภรรยาแกไม่พอใจก็ไม่ยอมพูดด้วยกำนันบุญจึงไปนั่งเล่นที่ใต้สะพานโยนริมแม่น้ำแควตากแดดในหมู่บ้าน และคิดว่าจะทำอย่างไรภรรยาจึงจะพูดด้วย แกก็มองไปเห็นคนนอนเล่นอยู่ในเรือจึงนึกขึ้นได้ว่า น่าจะทำเปลไม้ไผ่ที่มีรูปร่างคล้ายเรือ จึงตัดไม้ไผ่ไปสานเปลให้ภรรยานอนเล่นดีกว่าพอกำนันบุญสานเปลเสร็จแล้วก็นำไปแขวนที่บ้านและเรียกภรรยามาดู ภรรยาแกเห็นเปลไม้ไผ่แกก็ชอบใจและหายโกรธ ชาวบ้านเห็นเปลบ้านกำนันบุญก็ชอบใจและเรียกเปลนี้ว่า เปลง้อเมีย ต่อมาเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 ชาวบ้านวังปลากดก็ได้ตั้งกลุ่มจักสานและนำเปลมาดูเป็นแบบอย่าง และปรับปรุงวิธีการสานให้สวยงามขึ้นโดยใช้ไม้ไผ่ในหมู่บ้าน
ปัจจุบันเรียกว่า เปลไม้ไผ่ ......ทำให้กลุ่มจักสานยึดเป็นอาชีพเสริมอีกทางหนึ่ง นอกจากการทำไร่ทำนา
เเหล่งผลิต
ศูนย์ข้อมูลประจำหมู่บ้านวังปลากด
หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี 61000
หัวหน้ากลุ่ม
นางกรรญาณี กลิ่นเกล้า อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 19/4 หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี 61000
ราคาเปล
70 ,200, 250, 300, 350 บาท



วัสดุอุปกรณ์
1.ไม้ไผ่ 8 ปล้อง
2.มีด
3.สายยาง
4.เชือกไนลอน
5.เลื่อย
6.แปรงทาสี
7.น้ำมันแอลกอฮอล์เบอร์
8.เชือก
9.กรรไกร
10.เข็ม
11.กระป๋อง



ขั้นตอนการผลิต

1.ตัดไม้ไผ่จำนวน 2 ลำ โดยเลือกลำที่ 1 เอาไว้จักตอกลำที่ 2 ไว้ทำตัวเปล
2.ลำที่ทำเปลตัดมา 8 ปล้องเลือกลำตรงๆ
3.ผ่าลำไม้ไผ่ให้เป็นซี่ จำนวน 13 ซี่ ขยักหัวท้ายข้างละ 1ปล้องเอาไว้ใส่หูเปล
4.ทาน้ำมันแอลกอฮอล์
5.นำเชือกไนลอนทำหัวเปลทั้งสองข้าง
6.นำไม้ถ่างตัวเปลให้โค้งเป็นรูปเรือ โดยมีไม้ตอกวัดระยะห่างของซี่ให้เท่ากัน
7.จักตอกไว้สำหรับสานโดยที่ใหญ่ประมาณ 0.5 นิ้วยาว 3-4 เมตร แต่ตอกจะมี 3 ขนาด คือ เล็ก กลาง ใหญ่
8.เมื่อถ่างตัวเปลเสร็จให้นำมาสานลายขัดโดยยก1ข่ม1 ดยเริ่มต้นจากหัวทั้ง 2 ข้าง มาบรรจบกันตรงกลาง
9.เมื่อสานเสร็จนำมาทาน้ำมันอีกหนึ่งรอบ
10.พอน้ำมันแห้งก็นำมาผูกขอบโดยใช้สายยาง แล้วเย็บด้วยเชือก
11.พอทำเสร็จเรียบร้อยก็นำไปใส่หูเปล โดยการเจาะให้เป็นรู แล้วเหลาไม้ตอกเข้ารูเปล แล้วก็เป็นเปลที่สามารถแขวนนอนได้เลย
รายละเอียดผลิตภัณฑ์
เปลจักสานจากไม้ไผ่ ใช้สำหรับนั่ง นอนพักผ่อน แข็งแรางทนทาน
การใช้/ประโยชน์
สำหรับเป็นที่พักผ่อน นั่งนอน
ประเภทผลิตภัณฑ์
เครื่องใช้/ของตกเเต่ง/ของที่ระลึก
สินค้าสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์
ปี 2547
ขนาด
กว้าง 70 เซนติเมตร ยาว 300 เซนติเมตร

ชื่อผู้ผลิต
กลุ่มจักสานบ้านวังปลากด
ที่อยู่ผู้ผลิต
19/4 วัดปลากด หมู่ 1 ตำบล ทุ่งใหญ่ อำเภอ เมืองอุทัยธานี จังหวัด อุทัยธานี
                              
                           สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี     

                                                        
ถ้ำเขาฆ้องชัยเป็นถ้ำขนาดเล็กเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวจำนวนมากในเวลาประมาณ 18.15 น. จะมีค้างคาวจำนวนมากบินออกมาหากิน จึงเกิดเป็นจุดชมค้างคาวของนักท่องเที่ยวที่สวยงามมากอีกจุดหนึ่ง



























วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

วันลอยกระทง

วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา "มักจะ" ตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
ในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำ "กระทง" จากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตบแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลงไปในกระทง แล้วนำไปลอยในสายน้ำ (ในพื้นที่ติดทะเล ก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล) เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการบูชาพระแม่คงคาด้วย


ประวัติ
พลุเฉลิมฉลองในเทศกาลวันลอยกระทงริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เดิมเชื่อกันว่าประเพณีลอยกระทงเริ่มมีมาแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยมีนางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป[ต้องการอ้างอิง] แต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 3
ปัจจุบันวันลอยกระทงเป็นเทศกาลที่สำคัญของไทย ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเที่ยวปีละมากๆ ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวมักจะเป็นช่วงต้นฤดูหนาว และมีอากาศดี
ในวันลอยกระทง ยังนิยมจัดประกวดนางงาม เรียกว่า "นางนพมาศ"

 ประเพณีในแต่ละท้องถิ่น

โคมลอยยี่เป็ง
นอกจากนี้ในแต่ละท้องถิ่นยังอาจมีประเพณีลอยกระทงที่แตกต่างกันไป และสืบทอดต่อกันเรื่อยมา

ความเชื่อเกี่ยวกับวันลอยกระทง

Loi krathong rafts.jpg
  • เป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่มนุษย์ได้ใช้น้ำ ได้ดื่มกินน้ำ รวมไปถึงการทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำ
  • เป็นการสักการะรอยพระพุทธบาท ที่พระพุทธเจ้าทรงได้ประทับรอยพระบาทไว้หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย
  • เป็นการลอยความทุกข์ ความโศกรวมถึงโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับแม่น้ำ
  • ชาวไทยในภาคเหนือมีความเชื่อว่า การลอยกระทงเป็นการบูชาพระอุปคุต ตามตำนานเล่าว่า พระอุปคุตทรงสามารถปราบพระยามารได้